<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทำสปาที่บ้าน MWL SPA ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว &#187; บทความ</title>
	<atom:link href="http://www.mwlspa.com/category/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.mwlspa.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 17 Aug 2010 10:18:52 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.5</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ตอนที่ 6 สารสำคัญในน้ำนมข้าว น้ำมันรำข้าว‏</title>
		<link>http://www.mwlspa.com/story6/</link>
		<comments>http://www.mwlspa.com/story6/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Oct 2009 07:12:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำนมข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันรำข้าว‏]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mwlspa.com/?p=674</guid>
		<description><![CDATA[สารสำคัญในน้ำนมข้าว น้ำมันรำข้าว

 น้ำมันรำข้าว คือ น้ำมันพืชที่ผลิตจากน้ำมันรำข้าวดิบ ซึ่งสกัดจากรำข้าว มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี ในกลุ่มโทโคฟีรอลประมาณ 19-40% และกลุ่มโทโคไตรอีนอล 51-81% และโอรีซานอล (Oryzanol) ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า
 
 ส่วนของเปลือกข้าวและจมูกข้าวที่นำมาสกัดเป็นน้ำมันรำดิบนั้น นอกจากมีสารที่เป็นยา เพราะมีวิตมินให้คุณค่าต่อร่างกายสูงแล้ว ยังสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางและอาหารได้ สำหรับสารอาหารในน้ำมันรำดิบ ที่มีคุณค่ากับผิวหนังได้แก่ แกรมมา โอริซานอล ซึ่งพบในจมูกข้าวและรำ มีสรรพคุณกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและดูดซึมได้ดีทางผิวหนัง ซึ่งใช้เป็นส่วนผสมทาผิวหนัง นอกจากนี้มีฤทธิ์ลอคอเลสเทอรอล ต้านการอุดตันของหลอดเลือด เป็นสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันแสงยูวี ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น มีความปลอดภัยสูง และ โอริซา เซราไนต์ ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เช่นทาผิวหน้า ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรงมีความสมดุลไม่เหี่ยวย่นหรือแห้ง ซึ่งขณะนี้มีผู้ผลิตยาของญี่ปุ่นนำรำข้าวเจ้าของไทยไปสกัดเป็นยาและจำหน่าย ไปทั่วโลก เพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไปเมื่อไม่นานนี้เอง ขณะที่เมืองไทยมีโรงงานกลั่นน้ำมันรำข้าวใหญ่ที่สุดในโลก แต่กลับนำผลผลิตไปใช้ผสมในอาหารสัตว์ แต่ MWL spa room เราจัดผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากน้ำมันรำข้าวและน้ำนมข้าว เพื่อมาดูแลผิวพรรณให้คุณถึงบ้านค่ะ 
 เป็นที่ทราบกันดีว่า น้ำซาวข้าวมีประโยชน์สารพัด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #938953;">สารสำคัญในน้ำนมข้าว น้ำมันรำข้าว</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #938953;"><img class="alignnone size-full wp-image-676" title="ruang_1" src="http://www.mwlspa.com/wp-content/uploads/2009/10/ruang_1.jpg" alt="ruang_1" width="302" height="216" /></span></strong></p>
<p><span style="color: #938953;"> <strong>น้ำมันรำข้าว </strong>คือ น้ำมันพืชที่ผลิตจากน้ำมันรำข้าวดิบ ซึ่งสกัดจากรำข้าว มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี ในกลุ่มโทโคฟีรอลประมาณ 19-40% และกลุ่มโทโคไตรอีนอล 51-81% และโอรีซานอล (Oryzanol) ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า</span><span id="more-674"></span><br />
<span style="color: #938953;"> </span><br />
<span style="color: #938953;"> ส่วนของเปลือกข้าวและจมูกข้าวที่นำมาสกัดเป็นน้ำมันรำดิบนั้น นอกจากมีสารที่เป็นยา เพราะมีวิตมินให้คุณค่าต่อร่างกายสูงแล้ว ยังสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางและอาหารได้ สำหรับสารอาหารในน้ำมันรำดิบ ที่มีคุณค่ากับผิวหนังได้แก่ แกรมมา โอริซานอล ซึ่งพบในจมูกข้าวและรำ มีสรรพคุณกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและดูดซึมได้ดีทางผิวหนัง ซึ่งใช้เป็นส่วนผสมทาผิวหนัง นอกจากนี้มีฤทธิ์ลอคอเลสเทอรอล ต้านการอุดตันของหลอดเลือด เป็นสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันแสงยูวี ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น มีความปลอดภัยสูง และ โอริซา เซราไนต์ ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เช่นทาผิวหน้า ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรงมีความสมดุลไม่เหี่ยวย่นหรือแห้ง ซึ่งขณะนี้มีผู้ผลิตยาของญี่ปุ่นนำรำข้าวเจ้าของไทยไปสกัดเป็นยาและจำหน่าย ไปทั่วโลก เพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไปเมื่อไม่นานนี้เอง ขณะที่เมืองไทยมีโรงงานกลั่นน้ำมันรำข้าวใหญ่ที่สุดในโลก แต่กลับนำผลผลิตไปใช้ผสมในอาหารสัตว์ แต่ MWL spa room เราจัดผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากน้ำมันรำข้าวและน้ำนมข้าว เพื่อมาดูแลผิวพรรณให้คุณถึงบ้านค่ะ </span></p>
<p><span style="color: #938953;"> เป็นที่ทราบกันดีว่า น้ำซาวข้าวมีประโยชน์สารพัด ตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า ทั้งล้างหน้าแก้ฝ้าแก้สิว รักษาหน้าแห้งและหน้ามันจนไปถึงนำไปสระผมให้ผมเงางาม แก้คันศีรษะและเพิ่มความเงางามให้แก่เส้นผม จึงมีคนคิดค้นและพัฒนาคุณประโยชน์นี้มาใช้กับในหน้า</span></p>
<p><span style="color: #938953;"> <strong>ข้าวยาคูหรือน้ำนมข้าวทำจากข้าวหอมมะลิ </strong>ซึ่ง น้ำนมข้าว คือรวงข้าวที่กำลังเป็นน้ำนมข้าว เป็นระยะที่มีน้ำนมและวิตะมินสูงที่สุด ระยะ3เดือน อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่มีประโยช์นทั้งต่อผิว  แร่ธาตุที่มีประโยชน์ของน้ำนมข้าวจะช่วยเร่งเซลล์ผิวให้ผลัดผิวใหม่อ่อนนุ่ม ออกมาแทน และคุณประโยชน์ของน้ำนมข้าวจะค่อยๆ ซึมเข้าสู่ผิวทำให้รู้สึกได้ว่าผิวนุ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้</span></p>
<p><strong><span style="color: #938953;">สินค้าที่ MWLspa คัดสรรมาเพื่อบำรุงผิวที่สกัดจาก น้ำมันรำข้าว และน้ำนมข้าว </span></strong><br />
<span style="color: #938953;">เจลอาบน้ำคริสตัลน้ำนมข้าว</span><br />
<span style="color: #938953;">ครีมบำรุงผิวผิว น้ำนม และ น้ำมันรำข้าว</span><br />
<span style="color: #938953;">เดย์ครีมกันแดดน้ำนมข้าวSPF50</span><br />
<span style="color: #938953;">และ เร็วๆนี้ ครีมหมักผมสูตรผมนุ่มพิเศษน้ำนม และน้ำมันรำข้าว</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mwlspa.com/story6/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตอนที่ 5 สารสำคัญที่น่ารู้ในบลูเบอร์รี่‏</title>
		<link>http://www.mwlspa.com/story5/</link>
		<comments>http://www.mwlspa.com/story5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Oct 2009 07:09:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[บลูเบอร์รี่‏]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mwlspa.com/?p=670</guid>
		<description><![CDATA[สารสำคัญที่น่ารู้ในบลูเบอร์รี่
 
**MORE ABOUT ANTHOCYANINS** 
Health Benefits of Anthocyanins
 
 แอนโทไซยานิน คือ สารรงควัตถุที่ละลายน้ำได้ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ สามารถพบได้ในส่วนต่าง ๆของพืชชั้นสูงโดยเฉพาะส่วนดอกและผลที่มีสีม่วงและสีแดง เช่น ดอกผักบุ้ง ผลองุ่นแดง และผลเบอร์รี่ชนิดต่าง ๆ ซึ่งนิยมบริโภคกันเป็นเวลานานทั้งในคนและสัตว์โดยไม่ก่อให้เกิด อันตรายแต่อย่างใด จึงมีความสนใจที่จะนำไปใช้เป็นสารแต่งสีอาหารทดแทนการใช้สารแต่ งสีสังเคราะห์ หรือนำมารับประทานเพื่อหวังผลทางสุขภาพต่าง ๆ เช่น มีการสั่งจ่ายสารสกัดผลแครนเบอร์รี่ซึ่งมีสารสำคัญคือ แอนโทไซยานินในใบสั่งแพทย์เพื่อรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบใน บางประเทศ และมีการศึกษาอย่างต่อเนื่องในการนำสารสกัดที่มีสารแอนโทไซยานินไปใช้เป ็นอีกทางเลือกหนึ่งแทนยาสำหรับรักษาโรคต่าง ๆ
 คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของสารแอนโทไซยานินคือการเป็นสารต้านอน ุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงจากการที่สารสูญเสียอิเลก-ตรอนได้ง่ายตามธรรมชาติ จึงอาจมีส่วนสำคัญเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จากอนุมูลอิสระได้ เช่น โรคเกี่ยวกับทำงานของหัวใจ การมองเห็น ระบบประสาทและสมอง ปกป้องผิวหนัง จากรังสีบางชนิด ต้านการอักเสบ และที่สำคัญคือการช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้โดยไม่เป็นพิษต่อเซลล์ ในด้านการปกป้องผิวหนังนั้นได้มีการศึกษาโดย Enomoto และคณะ ได้ทดสอบการใช้สารแอนโทไซยานินผสมกับกลูตาไธโอนทาที่เต้านมของผู้ป่วยหญิงที่เป็น มะเร็งเต้านมและต้องรับการฉายรังสีซึ่งมักก่อให้เกิดอาการระคายเคืองที่ผิวมาก พบว่าอาจช่วยลดการระคายเคืองรุนแรงที่ผิวเต้านมจากการฉายแสงทำให้ผู้ป่วยสามารถทนต่อการรักษาจนครบระยะเวลาตามกำหนดได้ 
ในด้านการช่วยป้องกันโรคทางระบบหลอดเลือดและหัวใจนั้นจะเห็นได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="left"><strong><span style="color: #6633cc; font-size: small;">สารสำคัญที่น่ารู้ในบลูเบอร์รี่</span></strong></p>
<p align="left"><strong> </strong></p>
<p align="left"><strong><span style="color: #6633cc; font-size: small;">**<span style="color: #990099;">MORE</span><span style="color: #9900cc;"> ABOUT </span><span style="color: #9900ff;">ANTHOCYANINS</span>** </span></strong></p>
<p align="left"><strong><span style="color: #9900cc; font-size: x-small;">Health Benefits of Anthocyanins</span></strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p align="left"><span style="color: #996699;"> แอนโทไซยานิน คือ สารรงควัตถุที่ละลายน้ำได้ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ สามารถพบได้ในส่วนต่าง ๆของพืชชั้นสูงโดยเฉพาะส่วนดอกและผลที่มีสีม่วงและสีแดง เช่น ดอกผักบุ้ง ผลองุ่นแดง และผลเบอร์รี่ชนิดต่าง ๆ ซึ่งนิยมบริโภคกันเป็นเวลานานทั้งในคนและสัตว์โดยไม่ก่อให้เกิด อันตรายแต่อย่างใด จึงมีความสนใจที่จะนำไปใช้เป็นสารแต่งสีอาหารทดแทนการใช้สารแต่ งสีสังเคราะห์ หรือนำมารับประทานเพื่อหวังผลทางสุขภาพต่าง ๆ เช่น มีการสั่งจ่ายสารสกัดผลแครนเบอร์รี่ซึ่งมีสารสำคัญคือ แอนโทไซยานินในใบสั่งแพทย์เพื่อรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบใน บางประเทศ และมีการศึกษาอย่างต่อเนื่องในการนำสารสกัดที่มีสารแอนโทไซยานินไปใช้เป ็นอีกทางเลือกหนึ่งแทนยาสำหรับรักษาโรคต่าง ๆ<span id="more-670"></span></span></p>
<p align="left"><span style="color: #9966cc;"> คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของสารแอนโทไซยานินคือการเป็นสารต้านอน ุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงจากการที่สารสูญเสียอิเลก-ตรอนได้ง่ายตามธรรมชาติ จึงอาจมีส่วนสำคัญเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จากอนุมูลอิสระได้ เช่น โรคเกี่ยวกับทำงานของหัวใจ การมองเห็น ระบบประสาทและสมอง ปกป้องผิวหนัง จากรังสีบางชนิด ต้านการอักเสบ และที่สำคัญคือการช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้โดยไม่เป็นพิษต่อเซลล์ ในด้านการปกป้องผิวหนังนั้นได้มีการศึกษาโดย Enomoto และคณะ ได้ทดสอบการใช้สารแอนโทไซยานินผสมกับกลูตาไธโอนทาที่เต้านมของผู้ป่วยหญิงที่เป็น มะเร็งเต้านมและต้องรับการฉายรังสีซึ่งมักก่อให้เกิดอาการระคายเคืองที่ผิวมาก พบว่าอาจช่วยลดการระคายเคืองรุนแรงที่ผิวเต้านมจากการฉายแสงทำให้ผู้ป่วยสามารถทนต่อการรักษาจนครบระยะเวลาตามกำหนดได้ </span></p>
<p align="left"><span style="color: #9933cc;">ในด้านการช่วยป้องกันโรคทางระบบหลอดเลือดและหัวใจนั้นจะเห็นได้ จากการศึกษาฤทธิ์ของสารแอนโทไซยานินในไวน์แดงที่มีผลต่อเม็ดเลือดแดงของคนที่ทำโดย Tedesco และคณะ ซึ่งใช้ทั้งไวน์แดงและสารสกัดแอนโทไซยานินจากไวน์แดงพบว่าสามารถป้องกันเม็ดเลือดแดงแ ตกจากการเกิดออกซิเดชั่นได้โดยไม่รบกวนระบบการทำงานของเอนไซม์คะตาเลสในเม็ดเลือดแดง หรือในการศึกษาของ Rechner และ Kroner ถึงฤทธิ์ของสารแอนโทไซยานินกับการเกิดการเกาะตัวกันของเกล็ดเลื อด (platelet aggregation) ซึ่งในการทดสอบใช้เลือดจากคนหนุ่มสาวที่มีสุขภาพดี พบว่าสารแอนโทไซยานินและเมทาบอไลต์ของสารแอนโทไซยานินที่เกิดขึ้นในลำไส้นั้นมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเกล็ดเล ือด (anti-thrombotic) นอกจากนี้ในส่วนของระบบประสาทและสมองนั้นมีการศึกษาของ Shin และคณะที่นำหนูเพศผู้มาทดสอบผลของการได้รับสารแอนโทไซยานิน 300 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ก่อนการเกิด cerebral occlusion และ reperfusion พบว่าสามารถลดการเกิดเซลล์ตายจากการขาดเลือดของสมองได้ จึงอาจป้องกันการเกิดความผิดปกติของระบบประสาทและสมองได้ เช่น ลดการเกิด ischemia ที่สมอง</span></p>
<p align="left"><span style="color: #990099;"> จากการศึกษาถึงผลของสารแอนโทไซยานินในการรักษาโรคต่าง ๆ นั้น เป็นการใช้ในขนาดที่สูงกว่าการได้รับจากอาหารปกติมาก และยังเป็นเพียงการศึกษาทาง in vitro และ in vivo เป็นส่วนมาก จึงควรต้องทำการศึกษาต่อไปเพื่อหาปริมาณสารที่เหมาะสมต่อการนำสารแอนโทไซยานิน ไปใช้ในคนอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพต่อไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ร่วมด้วย ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีสารแอนโทไซยานินอยู่จึงมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านการต้านอนุมูลอิสระ ชัดเจนกว่าด้านอื่น</span></p>
<p align="left"><span style="color: #990099;"><img class="alignnone size-full wp-image-671" title="2009-07-15_005256_blueberries" src="http://www.mwlspa.com/wp-content/uploads/2009/10/2009-07-15_005256_blueberries.jpg" alt="2009-07-15_005256_blueberries" width="439" height="185" /><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mwlspa.com/story5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตอนที่ 4 ดูแลผิวให้ขาวใส โดดเด่นกว่าใคร</title>
		<link>http://www.mwlspa.com/story4/</link>
		<comments>http://www.mwlspa.com/story4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Oct 2009 08:09:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mwlspa.com/?p=603</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mwlspa.com/story4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตอนที่ 3 ดูแลผิวให้อ่อนวัย ส่งผลให้ดูอ่อนเยาว์</title>
		<link>http://www.mwlspa.com/story3/</link>
		<comments>http://www.mwlspa.com/story3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Oct 2009 08:09:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สารอาหารเพื่อผิวสวย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mwlspa.com/?p=601</guid>
		<description><![CDATA[สารอาหารเพื่อผิวสวย
เรื่อง: นพ.ชูชัย ตั้งเลิศสัมพันธ์
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Health Today 
 
&#8230;.ช่วงนี้วิทยา การด้าน antiaging medicine กำลังมาแรงทั้งในประเทศอเมริกา ยุโรป และเอเชีย รวมถึงประเทศไทยเราด้วย ผมคาดว่าในต้นปีหน้าเมืองไทยเราจะมีการเปิดบริการด้านนี้มากขึ้น ในเรื่อง เกี่ยวกับ antiaging นั้นผมในฐานะแพทย์ผิวหนังกับความสนใจอยู่มากเพราะคนไข้มักมาปรึกษาเกี่ยวกับ เรื่อง antiaging skin ผมคิดว่าคุณผู้อ่านคงพอทราบเกี่ยวกับเรื่องการรักษาเรื่องนี้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น Botox หรือ Laser ที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ แต่วันนี้ผมจะพูดถึงสารอาหารเพื่อผิวสวย ซึ่งจะทำให้เราได้ประโยชน์ทั้งจากภายในและภายนอกด้วย
&#8230;.ได้อ่าน เรื่อง Anti-aging, skin-friendly nutrients ซึ่งเขียนโดยคุณหมอ David J Goldberg อาจารย์แพทย์ด้านผิวหนังที่ Mt. Sinai School of Medicine และอาจารย์ด้านกฎหมายที่ Fordham University School of Law ประเทศสหรัฐอเมริกา คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ จึงนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
วิตามินเอ
 
วิตามิน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #595959;">สารอาหารเพื่อผิวสวย</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #938953;"><strong>เรื่อง: นพ.ชูชัย ตั้งเลิศสัมพันธ์</strong><br />
<strong>ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Health Today</strong></span></span><strong> </strong></h2>
<p><span style="color: #595959;"> </span></p>
<div>&#8230;.ช่วงนี้วิทยา การด้าน antiaging medicine กำลังมาแรงทั้งในประเทศอเมริกา ยุโรป และเอเชีย รวมถึงประเทศไทยเราด้วย ผมคาดว่าในต้นปีหน้าเมืองไทยเราจะมีการเปิดบริการด้านนี้มากขึ้น ในเรื่อง เกี่ยวกับ antiaging นั้นผมในฐานะแพทย์ผิวหนังกับความสนใจอยู่มากเพราะคนไข้มักมาปรึกษาเกี่ยวกับ เรื่อง antiaging skin ผมคิดว่าคุณผู้อ่านคงพอทราบเกี่ยวกับเรื่องการรักษาเรื่องนี้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น Botox หรือ Laser ที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ แต่วันนี้ผมจะพูดถึงสารอาหารเพื่อผิวสวย ซึ่งจะทำให้เราได้ประโยชน์ทั้งจากภายในและภายนอกด้วย<span id="more-601"></span></p>
<p>&#8230;.ได้อ่าน เรื่อง Anti-aging, skin-friendly nutrients ซึ่งเขียนโดยคุณหมอ David J Goldberg อาจารย์แพทย์ด้านผิวหนังที่ Mt. Sinai School of Medicine และอาจารย์ด้านกฎหมายที่ Fordham University School of Law ประเทศสหรัฐอเมริกา คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ จึงนำมาเล่าสู่กันฟังครับ</p>
<p><strong><span style="font-size: small; color: #494429;"><span style="text-decoration: underline;">วิตามินเอ</span></span></strong></div>
<div><strong> </strong><br />
วิตามิน เอ มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ เรตินอยด์ (retinoids) และแคโรทีนอยด์ (carotenoids) ตัวเรตินอยด์นั้นมีอยู่ในอาหารและร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ ส่วนแคโรทีนอยด์นั้นร่างกายจะต้องเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของวิตามินเอเสียก่อน แคโรทีนอยด์ที่เรารู้จักกันดีคือ เบตาแคโรทีน (beta-carotene)</p>
<p><span style="color: #938953;"> <strong>* ประโยชน์ต่อผิวหนัง<br />
</strong> วิตามินเอเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยในเรื่องการป้องกันการเสื่อมอายุของผิวหนัง การซ่อมแซมผิวหนังที่เสียไป นอกจากนี้วิตามินเอยังมีความสำคัญต่อขบวนการเติบโตของผิวหนัง (differentiation) และเป็นสารสำคัญที่ช่วยทำให้ผิวหนังมีการทำงานอย่างปกติ<br />
</span><br />
* ประโยชน์ต่อร่างกายอื่นๆ<br />
เนื่องจากวิตามินเอเป็นสารต้านอนุมุลอิสระ ก็จะช่วยในเรื่องของการป้องกันมะเร็งและทำให้มีสุขภาพตาที่ดีด้วย<br />
* ความต้องการของร่างกายต่อวัน<br />
ประมาณ 5,000 international units (IU) หรือเบตาแคโรทีน ประมาณ 3 มิลลิกรัม การได้รับวิตามินเอปริมาณมากไปอาจจะทำลายตับและเกิดเป็นพิษได้</p>
<p><strong><span style="color: #938953;"> * แหล่งอาหาร<br />
วิตามินเอ : ไข่ นม เนย ปลาแซลมอน ปลา halibut<br />
แคโรทีนอยด์ : ผักใบเขียว เช่น บร็อคโคลี ผักโขม แอสพารากัส มะละกอ แคนตาลูป มะเขือเทศฟักทอง</span><br />
</strong><br />
<span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #494429;"><strong><span style="font-size: small;">วิตามินบี-คอมเพล็กซ์</span></strong><br />
</span></span></div>
<div><span style="color: #938953;"> * </span><span style="color: #938953;"><strong>ประโยชน์ต่อผิวหนัง<br />
</strong> วิตามินในกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อสุขภาพผิวหนังเป็นอย่างมาก เป็นตัวช่วยในขบวนการผลิตพลังงานภายในเซลล์ วิตามินบี2 จะช่วยในเรื่องการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ วิตามินบี3 ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและทำให้ผิวหนังไม่ซีด วิตามินบี12 ช่วยในการแบ่งเซลล์ วิตามินบี9 (หรือกรดโฟลิค) ช่วยในเรื่องการแบ่งและเจริญเติบโตของเซลล์ นอกจากนี้กรดโฟลิคยังช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงด้วย<br />
</span><br />
* ประโยชน์ต่อร่างกายอื่นๆ<br />
กลุ่มวิตามินบีมีความสำคัญมากในขบวนการสร้างพลังงานของเซลล์ และช่วยทำให้เอนไซม์ต่างๆ ทำงานตามปกติ วิตามินบีช่วยในการเปลี่ยนแปลงน้ำตาลกลูโคสใช้เป็นพลังงาน การขาดวิตามินตัวนี้จะมีผลต่อระดับความรู้สึก หัวใจ การหายใจ วิตามินบี6 ช่วยลดการอักเสบ ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว การสร้างอินซูลิน สร้างภูมิต้านทานโรค และช่วยเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ความรู้สึก ส่วนวิตามินบี12 ช่วยเกี่ยวกับเรื่องของระบบสมองและประสาท<br />
* ความต้องการของร่างกายต่อวัน<br />
บี1 = 1.1-1.2 มิลลิกรัม<br />
บี2 = 1.1-1.3 มิลลิกรัม<br />
บี3 = 14-16 มิลลิกรัม<br />
บี6 = 2 มิลลิกรัม<br />
บี9 (กรดโฟลิค) = 180-200 ไมโครกรัม (400 ไมโครกรัม สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์)<br />
บี12 = 2 ไมโครกรัม<br />
ในคนที่อายุมากกว่า 40 ปี การดูดซึมวิตามินบีหลายตัวจะลดลงโดยเฉพาะวิตามินบี6 และบี12</p>
<p><span style="color: #938953;"><strong> * แหล่งอาหาร<br />
ผัก : บร็อคโคลี มันฝรั่ง เห็ด แครอท มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ผักโขม<br />
ผลไม้ : กล้วย แอปเปิล มะเขือ ผลไม้ในกลุ่มส้ม<br />
สัตว์ : ไข่ ไก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า<br />
อื่นๆ : ข้าว เมล็ดธัญพืช ถั่ว ถั่วลิสง ถั่ววอลนัท ถั่วอัลมอนด์</strong></span><span style="color: #938953;"><br />
</span><br />
<strong><span style="font-size: small; color: #494429;"><span style="text-decoration: underline;">วิตามินซี<br />
</span></span></strong><br />
<span style="color: #938953;"> <strong> * ประโยชน์ต่อผิวหนัง</strong><br />
วิตามินซีเป็นตัวสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายรวมทั้งผิวหนัง ของเรา นอกจากนี้ยังเป็นตัวสำคัญในการสร้างคอลลาเจนด้วย</span></p>
<p>* ประโยชน์ต่อร่างกายอื่นๆ<br />
วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญมากตัวหนึ่ง และยังสามารถลดไขมันที่ไม่ดีในเลือด (LDL) และเพิ่มไขมันที่ดี (HDL) ด้วย ช่วยลดความดันโลหิตสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย และโรคเกี่ยวกับระบบตาด้วย<br />
* ความต้องการของร่างกายต่อวัน<br />
ประมาณวันละ 60 มิลลิกรัม แต่ส่วนมากนักวิทยาศาสตร์ทางด้านอาหารจะแนะนำประมาณ 500-1000 mg ต่อวันเพื่อให้เกิดประโยชน์ในแง่ antiaging ด้วย</p>
<p><span style="color: #938953;"><strong> * แหล่งอาหาร<br />
ผัก : ผักใบเขียว บร็อคโคลี กะหล่ำปลี มะเขือเทศ มันฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่ง (แอสพารากัส)<br />
ผลไม้ : ผลไม้แทบทุกชนิดมีวิตามินซี โดยเฉพาะในกลุ่มของส้ม มะละกอ ฝรั่ง แตงโม แตงเทศ</strong></span></p>
<p><strong><span style="font-size: small; color: #494429;"><span style="text-decoration: underline;">วิตามินอี</span></span></strong></div>
<p><strong><span style="font-size: small; color: #494429;"><span style="text-decoration: underline;"> </span></span></strong></p>
<div><strong><span style="font-size: small; color: #494429;"><span style="text-decoration: underline;"><br />
</span></span></strong>วิตามิน อี มีอยู่ 2 กลุ่มคือ โทโคฟีรอล (tocopherol) และโทโคไตรอีนอล (tocotrienols) ซึ่งตัวหลังนี้เป็นตัวใหม่ซึ่งเพิ่งมีการค้นพบเมื่อไม่นานนี้และเชื่อกันว่า สามารถช่วยเรื่องการชะลอความแก่ชราได้ด้วย</p>
<p><span style="color: #938953;"> </span><span style="color: #938953;"><strong> * ประโยชน์ต่อผิวหนัง<br />
</strong> ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และช่วยซ่อมแซมผิวหนัง</span></p>
<p>* ประโยชน์ต่อร่างกายอื่นๆ<br />
วิตามินอี เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ เพราะมีส่วนช่วยลดไขมัน ป้องกันการเกิดการแข็งตัวของเลือด ป้องกันโรคมะเร็งและหัวใจ<br />
* ความต้องการของร่างกายต่อวัน<br />
ประมาณ 40 IU แต่นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์มักแนะนำประมาณ 200-400 IU ซึ่งปริมาณขนาดนี้ไม่สามารถรับประทานได้จากอาหารทั่วไปจำเป็นต้องใช้ในรูป อาหารเสริม</p>
<p><span style="color: #938953;"><strong> แหล่งอาหาร<br />
ผัก : ผักใบเขียว บรอคโคลี มันฝรั่ง<br />
ผลไม้ : มะม่วง และอื่นๆ เช่น จมูกข้าวสาลี เมล็ดธัญพืช ถั่วอัลมอนด์ ถั่วเหลีอง น้ำมันพืช ปลาแซลมอนน้ำมันปลา</strong></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #494429;"><strong><span style="font-size: small;">แร่ธาตุพวกทองแดง สังกะสี และซีลีเนียม</span></strong><br />
</span></span><br />
<span style="color: #938953;"><strong> * ประโยชน์ต่อผิวหนัง</strong><br />
แร่ธาตุเหล่านี้จะทำงานกับวิตามินที่ต้านอนุมูลอิสระเพื่อที่จะทำให้การ กำจัดอนุมูลอิสระทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ทองแดงยังช่วยในการสร้างคอลลาเจน สังกะสีช่วยในการซ่อมแซมคอลลาเจนที่สึกหรอ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ และช่วยรักษาสิวด้วย</span></p>
<p>* ประโยชน์ต่อร่างกายอื่นๆ<br />
การที่แร่ธาตุเหล่านี้ทำให้วิตามินที่ต้านอนุมูลอิสระทำงานดีขึ้นก็จะช่วย ใน การชะลอความแก่ชราและป้องกันโรคเรื้อรังบางชนิดด้วย นอกจากนี้ยังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเอนไซม์และฮอร์โมนหลายชนิด<br />
* ความต้องการของร่างกายต่อวัน<br />
ทองแดง = 2 มิลลิกรัม<br />
สังกะสี = 15 มิลลิกรัม<br />
ซีลีเนียม = 70 ไมโครกรัม<br />
ถ้าร่างกายได้รับแร่ธาตุเหล่านี้ในปริมาณมากเกินไปอาจเกิดพิษได้</p>
<p><strong><span style="color: #938953;"> * แหล่งอาหาร<br />
ผัก : บร็อคโคลี เห็ด<br />
สัตว์ : เนื้อไก่ ปลา ไข่<br />
อื่นๆ : โยเกิร์ต นม จมูกข้าวสาลี เมล็ดธัญพืช เต้าหู้ ถั่ว</span></strong></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #494429;">Q 10</span></span><br />
</span></strong></div>
<div>Q 10 นี้ถือว่าเป็น co-enzyme ที่สำคัญตัวหนึ่งในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำหรับขบวนการเสื่อมของเซลล์ใน ร่างกายของคนเรา การที่มีระดับ Q10 ต่ำจะพบร่วมกับโรคที่เกี่ยวกับความชรา โดยปกติแล้วร่างกายเราสามารถสร้าง Q10 ได้เอง แต่เมื่ออายุมากขึ้นหรือเวลามีความเครียด ร่างกายก็จะสร้าง Q10 ได้น้อยลง</p>
<p><span style="color: #938953;"> <strong>* ประโยชน์ต่อผิวหนัง<br />
</strong> ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UV</span></p>
<p>* ประโยชน์ต่อร่างกายอื่นๆ<br />
ช่วยสร้างอนุมูลอิสระที่เกิดภายในร่างกาย และเสริมสร้างขบวนการสร้างพลังงานระดับเซลล์ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันหัวใจและป้องกันการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง<br />
*  ความต้องการของร่างกายต่อวัน<br />
โดยทั่วไปนักวิทยาศาสตร์ทางอาหารจะแนะนำให้รับประทาน 30-60 มิลลิกรัมต่อวัน</p>
<p><strong><span style="color: #938953;"> * แหล่งอาหาร<br />
ถั่วลิสง น้ำมันถั่วเหลือง ปลาแซลมอน ไข่ เนื้อวัว ตับไต หัวใจ จมูกข้าวสาลี</span></strong></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #494429;">กรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha lipoic acid)</span></span><br />
</span></strong>สารตัวนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้</p>
<p><span style="color: #938953;"> <strong>* ประโยชน์ต่อผิวหนัง</strong><br />
นอกจากจะช่วยในแง่ของการต้านอนุมูลอิสระแล้ว สารนี้ยังช่วยในการสร้าง และซ่อมแซมคอลลาเจนของผิวหนังด้วย</span></p>
<p>* ประโยชน์ต่อร่างกายอื่นๆ<br />
ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ ทำให้การทำงานของวิตามินซี และอี มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และอาจมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องของระบบประสาท<br />
* ความต้องการของร่างกายต่อวัน<br />
ประมาณ 50-100 มิลลิกรัม ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือมีปัญหาเรื่องระบบเส้นประสาท ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะรับประทานสารตัวนี้</p>
<p><strong><span style="color: #494429;">จะ เห็นได้ว่าวันนี้ผมได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อ ผิวหนังในรูปแบบรับประทาน คราวนี้ทางแพทย์ผิวหนังก็พยายามนำสารเหล่านี้มาทำในรูปของครีมต่างๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อผิวหนังโดยตรง แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ความคงตัวของสาร ความสามารถของสารในการซึมผ่านผิวหนัง และประสิทธิภาพของสารเหล่านั้น ปัจจุบันเท่าที่ได้ผลดี คือ วิตามินเอ ส่วนสารอื่นๆ อาจใช้ได้ผลไม่มาก แต่ในอนาคตผมว่าเราคงเห็นสารต่างๆ ในรูปแบบของครีมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยอาศัยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เช่น เรื่องของนาโนเทคโนโลยีต่างๆ กันครับ</span></strong></div>
<p><strong><span style="color: #494429;">= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = </span></strong><br />
<strong> </strong><br />
<strong><span style="font-size: small; color: #494429;">กลุ่มผลิตภัณฑ์ MWL ที่มีส่วนประกอบของวิตามินที่สำคัญต่อผิว</span></strong><br />
<strong><span style="color: #494429;">วิตามิน A : </span><span style="color: #938953;">สารสกัดจากมะละกอ ใน Micro Scrub Creamy Massage</span></strong><br />
<strong><span style="color: #494429;">วิตามิน B :</span><span style="color: #938953;"> เจลอาบน้ำนมข้าว, ครีมน้ำนมข้าว, เมจิกไวท์เทนนิ่งโลชั่น, เดย์ครีมน้ำนมข้าวSPF50</span></strong><br />
<strong><span style="color: #494429;">วิตามิน C :</span><span style="color: #938953;"> เจลอาบน้ำพิงค์เบอรี่และแอปเปิ้ลเขียว, สครัปพิงค์เบอรี่และบลูเบอรี่, Malaccaครีมมะขามป้อม,</span></strong><br />
<strong><span style="color: #938953;">เจลล้างหน้าทับทิมทองคำ, ไนท์ครีม, โทนเนอร์ทับทิม, Microscrub Creamy Massage</span></strong><br />
<strong><span style="color: #494429;">วิตามิน E : </span><span style="color: #938953;">เจลอาบน้ำนมข้าว, ครีมน้ำนมข้าว, เมจิกไวท์เทนนิ่งโลชั่น, เดย์ครีมน้ำนมข้าวSPF50</span></strong><br />
<strong><span style="color: #494429;">แร่ธาตุพวกทองแดง สังกะสี และซีลีเนียม :</span><span style="color: #938953;"> เจลล้างหน้ามังคุดไข่มุก, โทนเนอร์เปลือกมังคุด</span></strong><br />
<strong><span style="color: #938953;">เจลอาบน้ำนมข้าว, ครีมน้ำนมข้าว, เมจิกไวท์เทนนิ่งโลชั่น, เดย์ครีมน้ำนมข้าวSPF50</span></strong><br />
<strong><span style="color: #494429;">Q 10 : <span style="color: #938953;">เจลอาบน้ำนมข้าว, ครีมน้ำนมข้าว, เมจิกไวท์เทนนิ่งโลชั่น, เดย์ครีมน้ำนมข้าวSPF50</span></span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #494429;"><span style="color: #938953;"><img class="size-full wp-image-714 aligncenter" title="product1" src="http://www.mwlspa.com/wp-content/uploads/2009/10/product1.jpg" alt="product1" width="484" height="500" /><br />
</span></span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mwlspa.com/story3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตอนที่ 2 รู้จัก สิว รู้จัก แก้สิว‏</title>
		<link>http://www.mwlspa.com/story2/</link>
		<comments>http://www.mwlspa.com/story2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Oct 2009 07:17:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ประจำเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[สิว]]></category>
		<category><![CDATA[แก้สิว‏]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mwlspa.com/?p=551</guid>
		<description><![CDATA[ตอนที่ 2 :สิว VS ประจำเดือน 
อากาศร้อนๆ หน้ามันๆ ประจำเดือนก็จะทำท่าจะมา แล้วน้องสิวก็มาเยือน
&#8230;..สิว มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เกิดมาเพื่อเป็นศัตรูความสวยงามของผู้หญิง พอๆกะความอ้วนเลยยยย ไม่เข้าใจพระเจ้าจะสร้างสิวน้อยมาทำไม บางคนเจอสิวรักนาย อยากอยู่ด้วยกะเรานานๆ นิ่งนายิ่งขยายขนาด โอ้ว มายก๊อด&#8230;สร้างสิวมาทำไม๊ สิวกะเซลลูไลท์เนี่ย ไม่เข้าใจ วัยรุ่นเซ็ง&#8230;God ตอบว่า ข้ามิได้สร้างพวกเจ้าสร้างกันเองต่างหาก&#8230;เอออออ จริง&#8230;.สิวเราสร้างเอง เซลลูไลท์เราก็สร้างเอง แสดงว่าอะไรที่เป็นไขมันส่วนเกิน มันก็ไม่สมควรอยู่กับเรา แต่ทำไมมันมาอยู่กับเราได้ไงนี่ &#8220;ฆ่าก็ไม่ตาย ไล่ก็มิปายยยย ยิ่งกว่าแมวเก้าชีวิต&#8221; แต่ในเมื่อมันถูกสร้างขึ้นมาแบบไม่มีทิศทางแบบไม่มีใครเค้ารัก เค้าต้องการแล้ว โดยเราสร้างเองซะด้วย ก็ไม่แปลกที่เราจะหาวิธีกำจัดมันได้ง่ายๆ แค่เรารู้ทันมันแค่นั้นเองงง
ทีนี้เรามาอ่านกันให้ทราบถึงที่มาที่ไปวิธีทำใจ เอ้ย วิธีป้องกันและรักษา แบบดิ่งลึกกันนะคะ

 ระบบฮอร์โมนในร่างกายเราจะเริ่มเมื่อมีประจำเดือนเป็นวันแรกจนถ ึงวันสุดท้าย กินเวลาได้ตั้งแต่ 21-40 วัน วงจรการผลิต(ตก)ไข่ คือ เมื่อเกิดการตกไข่และรอการผสมจนกระทั่งฝ่อไป จะเกิดขึ้นในช่วงหรือประมาณวันที่ 14 ของรอบเดือน ช่วงสัปดาห์แรกหลังจากหมดประจำเดือนครั้งสุดท้าย ฮอร์โมนเอสโทรเจนจะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดสิวได้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันก่อนมีรอบเดือนจะมีโอกาสมากที่สุดที่จะมีผ ิวที่มันเยิ้มและเป็นสิวค่ะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #808080;">ตอนที่ 2 :สิว VS ประจำเดือน </span></strong><br />
<span style="color: #808080;">อากาศร้อนๆ หน้ามันๆ ประจำเดือนก็จะทำท่าจะมา แล้วน้องสิวก็มาเยือน</span></p>
<p><span style="color: #808080;">&#8230;..สิว มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เกิดมาเพื่อเป็นศัตรูความสวยงามของผู้หญิง พอๆกะความอ้วนเลยยยย ไม่เข้าใจพระเจ้าจะสร้างสิวน้อยมาทำไม บางคนเจอสิวรักนาย อยากอยู่ด้วยกะเรานานๆ นิ่งนายิ่งขยายขนาด โอ้ว มายก๊อด&#8230;สร้างสิวมาทำไม๊ สิวกะเซลลูไลท์เนี่ย ไม่เข้าใจ วัยรุ่นเซ็ง&#8230;God ตอบว่า ข้ามิได้สร้างพวกเจ้าสร้างกันเองต่างหาก&#8230;เอออออ จริง&#8230;.สิวเราสร้างเอง เซลลูไลท์เราก็สร้างเอง แสดงว่าอะไรที่เป็นไขมันส่วนเกิน มันก็ไม่สมควรอยู่กับเรา แต่ทำไมมันมาอยู่กับเราได้ไงนี่ &#8220;ฆ่าก็ไม่ตาย ไล่ก็มิปายยยย ยิ่งกว่าแมวเก้าชีวิต&#8221; แต่ในเมื่อมันถูกสร้างขึ้นมาแบบไม่มีทิศทางแบบไม่มีใครเค้ารัก เค้าต้องการแล้ว โดยเราสร้างเองซะด้วย ก็ไม่แปลกที่เราจะหาวิธีกำจัดมันได้ง่ายๆ แค่เรารู้ทันมันแค่นั้นเองงง<span id="more-551"></span></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>ทีนี้เรามาอ่านกันให้ทราบถึงที่มาที่ไปวิธีทำใจ เอ้ย วิธีป้องกันและรักษา แบบดิ่งลึกกันนะคะ</strong></span><br />
<strong></strong><br />
<span style="color: #808080;"> ระบบฮอร์โมนในร่างกายเราจะเริ่มเมื่อมีประจำเดือนเป็นวันแรกจนถ ึงวันสุดท้าย กินเวลาได้ตั้งแต่ 21-40 วัน วงจรการผลิต(ตก)ไข่ คือ เมื่อเกิดการตกไข่และรอการผสมจนกระทั่งฝ่อไป จะเกิดขึ้นในช่วงหรือประมาณวันที่ 14 ของรอบเดือน ช่วงสัปดาห์แรกหลังจากหมดประจำเดือนครั้งสุดท้าย ฮอร์โมนเอสโทรเจนจะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดสิวได้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันก่อนมีรอบเดือนจะมีโอกาสมากที่สุดที่จะมีผ ิวที่มันเยิ้มและเป็นสิวค่ะ </span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>สิ่งบ่งบอกถึงปัญหาผิวที่เกิดจากระบบฮอร์โมน คือ</strong></span><br />
<span style="color: #808080;"><strong><br />
</strong>&#8230;..มักมีสิวเกิดขึ้นในช่วง อาทิตย์ก่อนจะมีรอบเดือน และมีสิวขึ้นมากบริเวณขากรรไกร คางและคอ ผิวจะเซ้นส์ซิทีฟมากในระหว่างช่วงอาทิตย์ที่ 4 ของระบบรอบเดือน ช่วงนี้ควรงดการแว๊กซ์ขนและนวดหน้าอย่างยิ่ง มักจะมีรอบเดือนที่ไม่สม่ำเสมอและหรือมีขนขึ้นมากผิดปกติบนใบหน ้า หรือบนร่างกายร่วมกับการเกิดสิว อาการนี้อาจเกิดจากระบบฮอร์โมน </span><br />
<span style="color: #808080;">แก้ไขแบบง่ายๆ<br />
1. <strong>เลือกเคลนเซอร์ทำความสะอาดผิวอย่างฉลาด </strong>เมื่อใดที่ผิวอยู่ในสภาพย่ำแย่มากๆให้เลือกใช้เคลนเซอร์ที่มีปร ะสิทธิภาพช่วยละลายการอุดตันของรูขุมขน</span></p>
<p><span style="color: #808080;"> 2. <strong>เพิ่มขั้นตอนผลัดผิวที่อ่อนโยนเข้าไปในกิจวัตรประจำวัน </strong>ทำ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งเป็นประจำ เพื่อช่วยทำให้เซลล์เสื่อมสภาพที่เข้าไปอุดตันในรูขุมขนและกักเ ก็บน้ำมันส่วนเกิน (ที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน) หลุดออกมาได้ง่ายขึ้น เช่น การสครับผิวหน้า หรือมาส์ค ด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน</span></p>
<p><span style="color: #808080;"> 3. <strong>ถึงผิวจะมันก็ไม่ควรมองข้ามขั้นตอนการบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์</strong> แต่เลือกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (oil-free) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (noncomedongenic)</span><br />
<span style="color: #808080;"> </span><br />
<span style="color: #808080;"> 4. <strong>ใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิวที่ได้ผล </strong></span><br />
<strong></strong><br />
<span style="color: #808080;"> <strong>โปรแกรมดูแลผิว เพื่อแก้ปัญหาสิวก่อนรอบเดือน </strong></span><br />
<strong></strong><br />
<span style="color: #808080;"> <strong>ช่วงประจำเดือนมาอาทิตย์ที่ 1 </strong></span><br />
<span style="color: #808080;"><strong><br />
</strong>&#8230;..สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ก็คือ ระดับฮอร์โมนในร่างกายจะลดต่ำลงอย่างฉับพลันในระหว่างเดือน ทำให้ผิวพรรณฟื้นตัวจากอาการสิวเห่อก่อนรอบเดือนและทำให้ผิวดูห มองกว่าที่เคย </span><br />
<span style="color: #808080;">สิ่งที่ควรทำ </span><br />
<span style="color: #808080;"><br />
- <strong>การดูแลผิวที่สม่ำเสมอและอ่อนโยนเป็นพิเศษ </strong>เลือก กิจวัตรทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน ใช้เคลนเซอร์ที่ไม่ทำร้ายผิวมากจนเกินไป แค่ปลายนิ้วก็เพียงพอแล้วที่จะนวดผิวในขณะทำความสะอาด ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมผิว อย่างอะโลเวร่าหรือชาเขียว </span></p>
<p><span style="color: #808080;"> &#8211; <strong>บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือมาส์กผลัดผิวเพื่อช่วยให้ผิว </strong>ฟื้น ตัวจากการหลุดลอกและช่วยพลิกฟื้นผิวที่หม่นหมองให้ดูสดใสขึ ้น ทิ้งมาส์กไว้บนผิวหน้าประมาณ 10 นาที เลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิว สำหรับสิวที่เหลืออยู่ ซึ่งมีส่วนผสมของสารที่ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนอย่าง salicylic acid หรือมีคุณสมบัติช่วยฆ่าแบคทีเรียอย่าง benzoyl peroxide </span></p>
<p><span style="color: #808080;"> &#8211; <strong>ปกปิดสิวที่ยังไม่หายด้วยคอนซีลเลอร์ชนิดไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน </strong>ซึ่งมีส่วนผสมช่วยกำราบสิวอย่าง salicylic acid หรือ sulfur </span></p>
<p><span style="color: #808080;"> <strong>อาทิตย์หลังการมีประจำเดือนอาทิตย์ที่ 2 </strong></span><br />
<span style="color: #808080;">&#8230;..ในช่วงนี้ ระดับฮอร์โมนแอสโทรเจนในร่างกายจะลดต่ำลงอย่างถึงที่สุด และฮอร์โมนอีกตัวในร่างกายคือโปรเจสเตอโรนพุ่งขึ้นสูง การที่ระดับฮอร์โมนเกกิดการผันผวนนี้ทำให้ผิวมันและเกิดสิวได้ </span><br />
<span style="color: #808080;">สิ่งที่ควรทำ </span><br />
<span style="color: #808080;"><br />
- <strong>รักษาสภาพผิวและการป้องกันในช่วงนี้ถึงแม้ว่าผิวจะยังดูดีอยู่</strong>ก็ไม่ควรปล่อยปละละเลยนะคะ ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง และทำความสะอาดคราบเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจดทุกครั้งหลังแต่งห น้าและก่อนเข้านอน<br />
</span><br />
<span style="color: #808080;"> &#8211; <strong>ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวชนิดเดิมที่ใช้อาทิตย์แรก ช่วงนี้เน้นความสะอาดของผิวพรรณ ผลัดผิว </strong>โดย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดผิวจากสารเคมีที่ช่วยส่งเสริมการผลัดผิวตามธรรมชาติ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ กรดไกลโคลิก กรดแลคติกหรือกรดซาลิไซลิก หรือ AHAจากผลไม้ เพราะเวลานี้ผิวจะไม่เซ้นส์ซิทีฟมากจึงเป็นช่วงที่เหมาะจะดูแล ผิวหน้าด้วยการนวดหรือทรีทเมนต์ต่างๆ </span><br />
<span style="color: #808080;"> </span><br />
<span style="color: #808080;"> <strong>ช่วงไข่ตก อาทิตย์ที่ 3 </strong></span><br />
<span style="color: #808080;">&#8230;&#8230;ช่วงนี้ จะเป็นช่วงที่ผิวดูดีและเนียนใสที่สุดของเดือน ต้องขอบคุณการเพิ่มของระดับฮอร์โมนแอสโทรเจน (เอสโทรเจนช่วยรักษาระดับน้ำมันบนผิว) </span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>สิ่งที่ควรทำ</strong> </span><br />
<span style="color: #808080;"><br />
- <strong>ใช้ผลิตภัณฑ์กำราบสิวและการผลัดเซลล์ผิว </strong>ช่วง นี้ล่ะควรเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสิวได้แล้วเป็นประจำทุ กวันจนกระทั่งเริ่มมีประจำเดือน เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการทำความสะอาดผิว โดยทำความสะอาดผิวทั้งเช้าและเย็น แต่หากว่ามีผิวที่มันมาก ให้เพิ่มการใช้โทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หลังการล้าง หน้าเพื่อทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึก (แต่หากว่าผิวแห้งมากๆก็ควรเว้นากรใช้โทนเนอร์) แล้วลองใช้มาส์กพอกผิวที่ช่วยลดการเกิดสิวสำหรับอาทิตย์นี้<br />
</span><br />
<span style="color: #808080;"> &#8211; <strong>ดูแลผิวช่วงก่อนนอนด้วยผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันการเกิดสิว </strong>เลือกที่มีระบบควบคุมความมัน ใช้กระดาษซับความมัน ในช่วงอาทิตย์นี้และอาทิตย์ถัดไป พกพาเอาไว้ติดตัวเพื่อซับเอาน้ำมันออกจากผิว </span></p>
<p><span style="color: #808080;"> <strong>อาทิตย์ช่วงก่อนเริ่มมีประจำเดือน อาทิตย์ที่ 4 </strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;">&#8230;..ช่วงนี้ระดับฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนยังเพิ่มสูง ขึ้น ขณะที่ฮอร์โมนเอสโทรเจนตกฮวบลง ช่วงนี้ล่ะบรรดาสิวทุกรูปแบบจะเริ่มปรากฎ ผิวจะมีความมันที่สุด </span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>สิ่งที่ควรทำ </strong></span><br />
<span style="color: #808080;"><strong></strong><br />
- <strong>อ่อนโยนกับผิวพรรณให้มาก</strong> พยายามหลีกเลี่ยงการเกิดบาดแผลบนผิว เช่นการแว๊กซ์ขน การทำเลเซอร์ การขัดผิวและทรีทเมนต์หน้าแบบต่างๆ ผู้หญิงหลายคนจะพบว่าการทำทรีทเมนต์ผิวแบบใดก็ตามในช่วงนี้จะรู้สึกเซ้นส์ซิ ทีฟมาก ดูแลผิวบริเวณที่เป็นสิวทั้งเช้าและเย็น(ก่อนนอน) ด้วยผลิตภัณฑ์แต้มสิว เพิ่มเข้าไปในขั้นตอนการทำความสะอาดวันละ 2 ครั้งทุกวัน<br />
</span><br />
<span style="color: #808080;"> &#8211; <strong>ใช้มาส์กพอกผิวสำหรับสิวอย่างน้อย 2 ครั้งในช่วงอาทิตย์นี้</strong> เพื่อชวดลดการอุดตันรูขุมขน มองหาส่วนผสมที่จะช่วยทำให้สิวแห้งเร็ว คือ sulfur อำพรางรอยสิวด้วยเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิก แอซิด แล้วเลือกชนิดที่บอกว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน </span></p>
<p><span style="color: #808080;"> &#8211; <strong>ครั้งต่อไปที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้า อย่าลืมดูส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ด้วยนะคะ </strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"> <strong> ขั้นตอนการเกิดสิว!</strong>!! (เพื่อความรู้นะจ๊ะ)</span><br />
<span style="color: #808080;"> </span><br />
<span style="color: #808080;">1. เมื่อร่างกายเริ่มผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน มักเกิดขึ้นในช่วงก่อน/หลังมีประจำเดือน ซึ่งจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันใต้ผิวขยายใหญ่ขึ้น </span></p>
<p><span style="color: #808080;">2. เมื่อต่อมไขมันถูกขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งจริงๆแล้วน้ำมันนี้จะเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ตามธรรมชาติของผ ิว แต่เมือ่ถูกผลิตออกมามากเกินไป ยิ่งซ้ำร้ายหากในขณะที่ทำกลังเดินทางจากต่อมไขมันสู่ปากรูขุมขน เกิดไปผสมเข้ากับแบคทีเรียและเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งอยู่ในรูขุ มขน ทำให้เกิดการเข้มข้นเป็นพิเศษจึงเกิดการอุดตันรูขุมขน อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว </span></p>
<p><span style="color: #808080;">3. ตามปกติ เซลล์ที่ตายแล้วในรูขุมขนจะค่อยๆถูกกำจัดออกสู่ปากรูขุมขนโดยน้ ำมันหรือเหงื่อ แต่เมื่อฮอร์โมนแอนโดรเจนกระตุ้นให้ต่อมไขมันใหญ่ขึ้นและผลิตน้ ำมันออกมามากขึ้น เซลล์ผิวหนังในรูขุมขนก็จะผลิตและตายเร็วขึ้นด้วย เมื่อมีเซลล์ที่ตายอยู่มาก ก็จะเกิดการอุดตันในรูขุมขนมากขึ้นเป็นทวีคูณ </span></p>
<p><span style="color: #808080;">4. เมื่อรูขุมขนเกิดอุดตัน บวกเข้ากับเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งปกติแล้วก็อาศัยอยู่ตามผิวหนังและรูขุมขน แต่เมื่อเกิดการอุดตัน เจ้าเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ซึ่งไม่ชอบออกซิเจน ก็จะแบ่งตัวได้อย่างรวดเร็วผิดปกติ จนเกิดเป็นสาเหตุของการอักเสบในรูขุมขนขึ้น </span></p>
<p><span style="color: #808080;">5. เมื่อเกิดการอักเสบขึ้นแล้ว เม็ดเลือดขาวในร่างกายก็จะส่งมาเพื่อฆ่าแบคทีเรียนี้ ตอนนี้นั่งเอาที่ทำให้สิวเกิดเป็นตุ่มแดง บวม เจ็บ และเกิดเป็นหัวหนองในที่สุด</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mwlspa.com/story2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตอนที่ 1 มาซ่อมผิวให้เรียบเนียนขาวใส ดูอ่อนวัยกันดีกว่า‏</title>
		<link>http://www.mwlspa.com/story1/</link>
		<comments>http://www.mwlspa.com/story1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Oct 2009 07:15:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จุดด่างดำ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูอ่อนวัย]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวคล้ำดำเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวผสม]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวเรียบเนียน]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ริ้วรอย]]></category>
		<category><![CDATA[สิว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.mwlspa.com/?p=548</guid>
		<description><![CDATA[ตอนที่ 1 :  มาซ่อมผิวให้เรียบเนียนขาวใส ดูอ่อนวัยกันดีกว่า
&#8230;..การซ่อมบำรุงผิวต้องคำนึงถึงสภาพผิวหน้า สภาพผิวกายเป็นหลัก ถ้าคนผิวหน้ามัน แต่ไปซ่อมบำรุงแบบ คนผิวหน้าแห้ง ก็พาจะมันลื่นมันกันไปแบบกู่ไม่กลับ เครื่องสำอาง สกินแคร์ ที่สรรหามาใช้กัน แก้ที่ปลายเหตุรึป่าว? หลายๆอย่างต้องพิจารณายิบย่อย ไม่เช่นนั้น มันจะกลายเป็นต้นเหตุ ของอาการโจ๊กเดือด (สิวอักเสบสุก หนาเต็มหน้า) หรือผื่นแพ้ หน้าไหม้ โอยยยมากมายปัญหาสำหรับสาวๆที่ตั้งอกตั้งใจจะสวยแบบผิดๆวิธี บางคนบอก “ชั้นลองมาแล้ว สามล้านวิธี และนี่เป็นวิธีที่สามล้านหนึ่ง ค้นพบสุดยอดนวัตกรรมบำรุงผิวหน้าขั้นเทพ ไม่คิดจะเปลี่ยนอีกแล้ว”
&#8230;..และวิธีที่สามล้านหนึ่ง ที่ว่านี้ ก็มักจะจบที่ให้ธรรมชาติซ่อมแซม สาเหตุก็เพราะตัวเราเกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ การที่ผิวหย่อยคล้อยไม่เนียนใสก็เกิดจากธรรมชาติของผิวที่ถูกทำลาย ถ้าจะซ่อมแซมหรือบำรุง ก็ควรใช้ธรรมชาติ &#8230;หากบำบัดผิดวิธีหรือ เป็นวิธีมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ตามมา ย่อมเป็นผลเสียแน่นอน เช่นง่ายๆเรื่องการฉีดโบทอกสุดฮิต หน้าตึงเป๊ะ ยิ้มให้ตายผิวหนังไม่ขยับ แต่พอโบท๊อกหมดก็ต้องไปเพิ่มใหม่ ไม่งั้นสภาพผิวหน้าไม่มีทางที่จะเผชิญโลกภายนอกได้
ขั้นตอนการดูแลซ่อมแซมผิวสุดแสนจะง่าย

1. *สำคัญที่สุด*ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้านอน เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกที่อาจจะมาอุดตันรูขุมขน ก่อเกิดเป็นสิวได้ และสำคัญมากๆ สำหรับคนที่รองพื้นแต่งหน้า หากไม่ล้าง ครีมรองพื้นนั้น จะไปกั้นขี้ผิว จากกระบวนการผลัดผิว ให้ยังคงอยู่ ผิวใหม่ก็เกิดไม่ได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #808080;">ตอนที่ 1 :  มาซ่อมผิวให้เรียบเนียนขาวใส ดูอ่อนวัยกันดีกว่า</span></strong></p>
<p><span style="color: #808080;">&#8230;..การซ่อมบำรุงผิวต้องคำนึงถึงสภาพผิวหน้า สภาพผิวกายเป็นหลัก ถ้าคนผิวหน้ามัน แต่ไปซ่อมบำรุงแบบ คนผิวหน้าแห้ง ก็พาจะมันลื่นมันกันไปแบบกู่ไม่กลับ เครื่องสำอาง สกินแคร์ ที่สรรหามาใช้กัน แก้ที่ปลายเหตุรึป่าว? หลายๆอย่างต้องพิจารณายิบย่อย ไม่เช่นนั้น มันจะกลายเป็นต้นเหตุ ของอาการโจ๊กเดือด (สิวอักเสบสุก หนาเต็มหน้า) หรือผื่นแพ้ หน้าไหม้ โอยยยมากมายปัญหาสำหรับสาวๆที่ตั้งอกตั้งใจจะสวยแบบผิดๆวิธี บางคนบอก “ชั้นลองมาแล้ว สามล้านวิธี และนี่เป็นวิธีที่สามล้านหนึ่ง ค้นพบสุดยอดนวัตกรรมบำรุงผิวหน้าขั้นเทพ ไม่คิดจะเปลี่ยนอีกแล้ว”<span id="more-548"></span></span></p>
<p><span style="color: #808080;">&#8230;..และวิธีที่สามล้านหนึ่ง ที่ว่านี้ ก็มักจะจบที่ให้ธรรมชาติซ่อมแซม สาเหตุก็เพราะตัวเราเกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ การที่ผิวหย่อยคล้อยไม่เนียนใสก็เกิดจากธรรมชาติของผิวที่ถูกทำลาย ถ้าจะซ่อมแซมหรือบำรุง ก็ควรใช้ธรรมชาติ &#8230;หากบำบัดผิดวิธีหรือ เป็นวิธีมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ตามมา ย่อมเป็นผลเสียแน่นอน เช่นง่ายๆเรื่องการฉีดโบทอกสุดฮิต หน้าตึงเป๊ะ ยิ้มให้ตายผิวหนังไม่ขยับ แต่พอโบท๊อกหมดก็ต้องไปเพิ่มใหม่ ไม่งั้นสภาพผิวหน้าไม่มีทางที่จะเผชิญโลกภายนอกได้</span></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">ขั้นตอนการดูแลซ่อมแซมผิวสุดแสนจะง่าย</span></strong><br />
<strong></strong><br />
<span style="color: #808080;">1. *สำคัญที่สุด*ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้านอน เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกที่อาจจะมาอุดตันรูขุมขน ก่อเกิดเป็นสิวได้ และสำคัญมากๆ สำหรับคนที่รองพื้นแต่งหน้า หากไม่ล้าง ครีมรองพื้นนั้น จะไปกั้นขี้ผิว จากกระบวนการผลัดผิว ให้ยังคงอยู่ ผิวใหม่ก็เกิดไม่ได้ ผิวเก่าก็ง่อยเปรี้ยเต็มที ไอ้ที่อักเสบก็อักเสบหนัก ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ แค่ไม่ล้างหน้าก่อนนอนก็ทำให้เป็นสิวได้ สบายๆ</span></p>
<p><span style="color: #808080;">2. หากเป็นคนผิวผสม หรือ ผิวแห้ง ก็แนะนำให้ทาครีมหรือโลชั่นที่มีเบจเป็นน้ำ ซึมเข้าสู่ผิวไว ไม่เหนียวเคลือบผิว&#8230;และถ้าคิดว่ายังล้างหน้าไม่สะอาดพอ อย่าได้ทาครีมหรือโลชั่นเชียวค่ะ เพราะครีม+รูขุมขนที่พร้อมจะอักเสบและติดเชื้อ ก็จะพาลอักเสบไปกันใหญ่</span></p>
<p><span style="color: #808080;">3. ถ้าผิวหน้ามัน พยายามซับมันออก แต่ไม่ต้องตลอดเวลานะคะ เพื่อควบคุมความมัน ไม่ให้เกิดสิวด้วย แนะนำกระดาษซับมันที่เป็นฟิล์ม เนื่องจากกระดาษซับมันชนิดนี้จะซับเอาแต่ความมันและไขมันออก ไม่ซับเอาน้ำออก จึงคงความชุ่มชื่นให้ผิว</span></p>
<p><span style="color: #808080;">4. ให้วิตามิน C กับร่างกายเยอะๆ รับประทานผักผลไม้เพื่อให้ได้วิตามินผิวเยอะๆค่ะ อยากขาวก็ทานผลไม้ที่วิตามินC เยอะๆ เพราะวิตามิน c จะเข้าไปช่วยทำลายอนุมูลอิสระที่จะมาทำงายผิว ทำให้เกิดริ้วรอย และผิวดูสุขภาพไม่ดี ถ้าอยากให้ผิวดูชุ่มชื่นก็ทานผลไม้ที ่มีน้ำเยอะๆ และดื่มน้ำสะอาดให้ได้มากๆต่อวัน</span></p>
<p><span style="color: #808080;">5. ให้โปรตีนกับร่างกาย บริโภคโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอต่อการซ่อมแซมผิว แต่ต้องไม่ใช่โปรตีนจากเนื้อสัตว์แน่นอนค่ะ แต่ต้องเป็นโปรตีนจากถั่ว งา หรือไข่ เพราะหากบริโภคแต่เนื้อสัตว์เยอะๆ ก็จะได้ไขมันแทรกมาด้วย และเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู การเผาผลาญพวกนี้ก็จะทิ้งอนุมูลอิสระไว้ทำลายร่างกาย รวมทั้งผิวด้วย ดังนั้น หากอายุมากขึ้น ก็ควรลดการทานอะไรที่ย่อยยากหรือต้องย่อยหนักมากๆ ถ้าจะทาน แนะนำอาหารทะเล เช่น ปลาทะเลดีที่สุด</span></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">&#8230;อาหารผิวที่ให้ทางผิว นั่นก็คือผลิตภัณฑ์สกินแคร์นั่นเอง เนื่องจาก MWLspa เล็งเห็นปัญหาการแก้ไขผิวที่ไม่สมบูรณ์หลักๆ 3 กลุ่มคือ </span></strong></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>ผิวคล้ำดำเสีย</strong> – จึงออกผลิตภัณฑ์ที่ปรับสภาพผิวด้วย วิตามินซีจากผลไม้มาช่วยดูแลและปรับสภาพผิวให้เนียนเรียบสว่าง ขาวใส</span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>ริ้วรอยและจุดด่างดำ</strong> – เราเลือกเฟ้นผลิตภัณฑ์ที่มีระบบการดูแลความชุ่มชื้น พร้อมทั้งให้โปรตีนอณูละเอียดบริสุทธิ์ จากน้ำนมข้าว และธัญพืช เข้าเติมเต็มริ้วรอย ลดเลือนรอบแผลเป็น และรักษาความชุ่มชื้น</span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>สิวทุกประเภท </strong>– ธรรมชาติมอบสารอาหารที่ชื่อว่า zinc มาให้รักษาการอักเสบของผิวหนัง เราจึงนำมาพัฒนาเป็นสกินแคร์ที่ดูแลลดการอักเสบ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทุกตัว ซึมไวไม่เหนียวเหนอะหนะ และควบคุมความมันของผิวหน้าตลอดทั้งวัน</span></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">&#8230;..เรากล้าการันตีว่า สินค้าทุกหมวดหมู่ให้ความพอใจตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัส และจะพาสุขภาพผิวให้ดูดี ขาวสว่าง เนียนใส ไร้ริ้วรอยจุดด่างดำ และไร้สิว ค่ะ</span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.mwlspa.com/story1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
